จัดส่งฟรีทุกออเดอร์ ทั่วประเทศ · ปรึกษาเภสัชกรก่อนสั่งซื้อได้
ไขข้อสงสัยโพรไบโอติก กินร่วมกับเอนไซม์ได้ไหม??
โพรไบโอติก

ไขข้อสงสัยโพรไบโอติก กินร่วมกับเอนไซม์ได้ไหม??

3 ก.ย. 2569
อ่าน 15 นาที
โพรไบโอติก กินร่วมกับเอนไซม์ได้ไหม

สำหรับใครที่ยังสงสัยอยู่ว่าโพรไบโอติก และเอนไซม์ ต่างกันยังไง แล้วสามารถกินร่วมกันได้ไหม?

ซึ่งก็ต้องบอกเลยค่ะว่าทั้ง โพรไบโอติก (Probiotic) และ เอนไซม์ (Enzyme) ต่างมีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งนั้น แต่ทุกตัวทำงานคนละฟังก์ชันอย่างสิ้นเชิง

โพรไบโอติกส์คืออะไร?

โพรไบโอติกส์ (Probiotics) เป็นจุลินทรีย์ขนาดเล็กซึ่งจัดเป็นกลุ่มจุลินทรีย์ชนิดดี สามารถพบได้ในอาหาร เช่น นมเปรี้ยว โยเกิร์ต กิมจิ มิโซะ เป็นต้น ผู้เชี่ยวชาญด้านทางเดินอาหารให้คำจำกัดความว่า โพรไบโอติกส์ คือ "จุลินทรีย์ที่มีชีวิต เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วจะทำให้สุขภาพดีในภาวะต่างๆ โดยเป็นจุลินทรีย์ที่มีคุณสมบัติทนต่อกรดและด่าง สามารถจับที่บริเวณผิวของเยื่อบุลำไส้แล้วผลิตสารต่อต้านหรือกำจัดเชื้อจุลินทรีย์ชนิดอื่นๆ รวมถึงก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพได้"

ทำไมเราถึงควรได้รับโพรไบโอติกส์เสริม?

โพรไบโอติกส์จัดเป็นจุลินทรีย์ที่ให้ประโยชน์แก่ร่างกาย เรียกได้ว่าเป็นจุลินทรีย์ประจำถิ่นหรือ normal flora อย่างหนึ่งในทางเดินอาหาร หากร่างกายมีสุขภาพดีก็จะมีการรักษาสมดุลจุลินทรีย์ให้เป็นปกติ แต่ถ้าหากมีอะไรไปรบกวนสมดุลจุลินทรีย์ในร่างกาย จุลินทรีย์ประจำถิ่นในลำไส้ถูกรุกราน อาจเกิดผลกระทบตามมาได้

ให้ทุกคนลองจินตนาการดู หากร่างกายได้รับยาปฏิชีวนะเป็นระยะเวลานาน ยาเหล่านี้ส่งผลให้จุลินทรีย์ในร่างกายมีจำนวนลดลง เมื่อร่างกายมีการรับเชื้ออื่นซึ่งอาจก่อโรคเข้ามา อาจมีโอกาสสูญเสียจุลินทรีย์ดีในร่างกายได้

ดังนั้นการสร้างสภาวะความสมดุลระหว่าง normal flora และร่างกายนั้นจึงมีความสำคัญ ซึ่งการรับประทานโพรไบโอติกส์จึงเป็นทางเลือกอย่างหนึ่งในการเสริมจุลินทรีย์ชนิดดีและรักษาสมดุลจุลินทรีย์ในร่างกาย

โพรไบโอติกส์มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไร?

จากการศึกษาพบว่าโพรไบโอติกส์มีประโยชน์ในการรักษาหรือช่วยบรรเทาความผิดปกติต่างๆ ของร่างกาย เช่น

  • โรคระบบทางเดินอาหาร อาการลำไส้แปรปรวน, กรดไหลย้อน, ท้องผูก, ท้องร่วงจากการติดเชื้อ, ท้องร่วงอันเกิดจากการรับประทานยาปฏิชีวนะเป็นเวลานาน, ภาวะไม่ทนต่อน้ำตาลแลคโตส
  • โรคภูมิแพ้ ผื่นแพ้ผิวหนัง, ภูมิแพ้อากาศ
  • โรคทางอวัยวะสืบพันธุ์ ภาวะติดเชื้อในช่องคลอด, ช่องคลอดแห้งหลังหมดประจำเดือน
  • โรคทางระบบทางเดินปัสสาวะ ภาวะติดเชื้อของทางเดินปัสสาวะ

เอนไซม์คืออะไร?

เอนไซม์ (Enzyme) เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาระดับโมเลกุลทางชีวภาพ สามารถพบได้ในร่างกายของมนุษย์ แต่แหล่งพลังงานจากเอนไซม์มีจำกัด สามารถสูญสลายหายไปได้เรื่อยๆ ตามนิสัยการเลือกบริโภคอาหาร หรือได้รับสารอาหารไม่เพียงพอในร่างกาย เอนไซม์มีส่วนช่วยในการย่อยอาหารให้เล็กลงในระดับไอออน (ทำให้สารอาหารเล็กลง) และช่วยให้ร่างกายดูดซึมพลังงานและคุณประโยชน์ไปใช้ต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยปรับสมดุลในร่างกาย ให้สามารถเผาผลาญพลังงาน และเป็นส่วนช่วยทำให้ลำไส้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น

เอนไซม์มีกี่ชนิด

เอนไซม์สามารถแบ่งออกมาได้เป็นกลุ่มหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่

  • เอนไซม์ที่มีหน้าที่ในการย่อยสลายอาหาร
  • เอนไซม์ที่มีหน้าที่เกี่ยวกับเมตาบอลิซึม
  • เอนไซม์ที่มีอยู่ในอาหาร (Food enzyme)

เอนไซม์กลุ่มที่ 1 จะถูกหลั่งออกมาจากต่อมน้ำลาย กระเพาะอาหาร ตับอ่อน และลำไส้เล็ก เอนไซม์เหล่านี้จะช่วยย่อยอาหารที่เรากินให้มีขนาดที่เล็กลง สารอาหารจึงสามารถถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ เอนไซม์กลุ่มที่ 2 เป็นเอนไซม์ที่มีหน้าที่เหมือนกับตัวกระตุ้นปฏิกิริยาภายในเซลล์ ซึ่งจะมีหน้าที่เกี่ยวกับการสร้างพลังงาน เอนไซม์กลุ่มที่ 3 เป็นเอนไซม์ที่มีอยู่ในอาหาร แต่เมื่อนำอาหารไปปรุงสุกแล้วจะทำให้สูญเสียสภาพธรรมชาติของเอนไซม์ไป

เมื่อเรากินอาหารสด เอนไซม์ในอาหารจะถูกกระตุ้นให้ทำงานได้โดยความร้อนและความชื้นภายในช่องปาก เมื่อได้รับการกระตุ้น เอนไซม์เหล่านี้จะทำการย่อยสลายอาหารให้มีขนาดเล็กลงพอที่จะถูกดูดซึมเข้าสู่เซลล์ และผ่านเข้าสู่กระแสเลือดได้ ต่อจากนั้นจะมีเมตาบอลิซึมของเอนไซม์ในการใช้สารอาหารเหล่านั้นเพื่อนำมาสร้างเป็นกล้ามเนื้อ เส้นประสาท ต่อมต่างๆ กระดูก เม็ดเลือด ปอด และอวัยวะอื่นๆ โดยที่เซลล์ในร่างกายจะมีความจำเพาะต่อกลุ่มของเอนไซม์ต่างกัน และเอนไซม์แต่ละชนิดก็จะทำหน้าที่แตกต่างกันออกไป เช่น เอนไซม์ย่อยโปรตีนก็จะไม่ย่อยสลายไขมัน เอนไซม์ย่อยไขมันก็จะไม่ย่อยสลายแป้ง

ทำไมเราถึงควรได้รับเอนไซม์เสริม?

  1. เอนไซม์มีโครงสร้างหลักเป็นสารประกอบจำพวกโปรตีนต่างๆ ทั้งพอลิเพปไทด์ (Polypeptide) สายเดี่ยว หรือหลายสายที่รวมตัวอยู่ด้วยกัน ซึ่งเอนไซม์แต่ละชนิดมีโครงสร้างที่จำเพาะและถูกกำหนดตามลำดับการเรียงตัวของกรดอะมิโน (Amino Acids) ภายในโมเลกุล นอกจากนี้ ยังมี "โฮโลเอนไซม์" (Holoenzyme) อีกหลายชนิด ซึ่งมีสารประกอบอื่นที่ไม่ใช่โปรตีนรวมอยู่ด้วย อาจเป็นโคแฟกเตอร์ (Cofactor) สารประกอบที่มีไอออนของโลหะ หรือโคเอนไซม์ (Coenzyme) ที่เป็นสารประกอบอินทรีย์ในโมเลกุล เป็นต้น
  2. เอนไซม์แต่ละชนิดมีหน้าที่เฉพาะของตนและจะทำปฏิกิริยาเคมีจำเพาะกับสารตั้งต้น (Substrate) ที่ถูกกำหนดไว้เท่านั้น อย่างเช่น เอนไซม์ชนิดย่อยไขมันจะไม่ทำหน้าที่ย่อยแป้งหรือคาร์โบไฮเดรต ยกเว้นเอนไซม์บางชนิดที่มีความเฉพาะเจาะจงต่ำที่อาจสามารถเร่งปฏิกิริยาของสารเริ่มต้นที่คล้ายคลึงกันได้
  3. เอนไซม์จะยังคงสภาพเดิมทั้งคุณสมบัติ โครงสร้างและปริมาณภายหลังการเกิดปฏิกิริยา เมื่อสิ้นสุดปฏิกิริยา เอนไซม์จะกลับสู่สภาวะตั้งต้นเพื่อรอสารตั้งต้นตัวใหม่อีกครั้ง
  4. เอนไซม์ทำงานโดยการเข้าไปลดพลังงานกระตุ้น (Activation Energy) ของปฏิกิริยา ทำให้ปฏิกิริยาต่างๆ สามารถเกิดได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น ในขณะที่ใช้พลังงานไปเพียงน้อยนิด ซึ่งหากไม่มีเอนไซม์เป็นตัวเร่งปฏิกิริยา ร่างกายอาจต้องสูญเสียพลังงานในปริมาณสูงยิ่งกว่าเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ตามที่ร่างกายต้องการ

เอนไซม์มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไร?

หน้าที่ที่แท้จริงของเอนไซม์ ได้แก่ ย่อยอาหาร สลายสารพิษ ทำให้เลือดบริสุทธิ์ ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง สร้างโปรตีนในกล้ามเนื้อ ช่วยให้กล้ามเนื้อหดตัว กำจัดคาร์บอนไดออกไซด์จากปอด และลดความเครียดของตับอ่อนและอวัยวะอื่นๆ ได้อีกด้วย

โพรไบโอติก กินร่วมกับ เอนไซม์ ได้มั้ย??

อย่างที่ได้บอกไว้ข้างต้นเลยค่ะว่าทั้ง โพรไบโอติก (Probiotic) และ เอนไซม์ (Enzyme) ต่างมีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งนั้น แต่ทุกตัวทำงานคนละฟังก์ชันอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นสามารถรับประทานร่วมกันได้ค่ะ

มองหาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์สุขภาพของคุณ?

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

กรดไหลย้อน
15 ต.ค. 2569
Facebook Line Instagram